POWER Riding on a Dream ทริปตามฝันบิดฮาร์ลีย์เยือนแชงกรีล่า เมืองสวยแห่งเทือกเขาหิมาลัย by Power Trip
Harley-Davidson of Bangkok, Thailand พาวเวอร์สเตชั่นพระราม 9 จัดใหญ่อีกครั้ง ตามคอนเซ็ปต์ซื้อรถกับเราไม่เหงาแน่นอน พาเหล่าไบค์เกอร์ 32 คน บิดตามฝันเยือนเมืองสวยแห่งเทือกเขาหิมาลัยบนเส้นทาง เต๋อชิง ~ แซงกรีล่า ~ ลี่เจียง แวะเช็คอินจุดชมวิวสวรรค์บนดิน Wu Nongding ที่วิวด้านหลังเป็นภูเขาหิมะเหม่ยลี่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการแสวงบุญ และติดอันดับ 1 ใน 8 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในทิเบต
Day 1

ทริปแชงกรีล่า ของชาวพาวเวอร์สเตชั่น ตั้งแต่วันที่ 6 – 17 เมษายน 2567 ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นที่เชียงของ เช้านี้ ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางไปที่หน้าด่านเชียงของเพื่อตรวจเอกสารการข้ามด่าน ก่อนต้องออกเดินทางไปที่ด่านบ่อเต็น ชายแดน ลาว,จีน ในวันถัดมา การเดินทางของพวกเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว…
Day 2 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน เชียงของ – บ่อเต็น (ระยะทางรวม ~230 กม.)

หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ เวลา 11.45 น. ชาวคณะออกเดินทางไปที่ด่านเชียงของเพื่อตรวจเอกสารการข้ามด่าน แล้วขี่ต่อไปที่ด่านบ่อเต็น ชายแดน ลาว,จีน โดยจุดหมายปลายทางในคืนนี้คือการไปนอนที่ บ่อเต็น เส้นทางบ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็นเป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้ามกับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีถนนเส้น R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน 2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา ซึ่งเป็นทางฝุ่น 40 % หินกรวด 20 % ระยะทางในวันนี้ ทำให้เราใช้ความเร็วได้ไม่มาก ขับขี่อยู่ที่ 20-50 กม./ชม. ในช่วงที่ถนนไม่ค่อยดี เจอทางฝุ่น เจอถนนพัง เจอเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้ บางเวลาฝุ่นตลบอบอวลเต็มถนนจนมองคันข้างหน้าได้ไม่ชักเจนนัก เส้นทางวันนี้ถือว่าโหดใช้ได้เลย แต่เราก็ลุยกันมาได้ 19.00 น. ทุกคนก็มาถึงที่หมายโดยปลอดภัย ด้วยสภาพทั้งรถทั้งคนที่เต็มไปด้วยฝุ่น แต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ รอยยิ้มของความสุขและความสนุก
Day 3 วันจันทร์ที่ 8 เมษายน บ่อเต็น-สิบสองปันนา (~180 กม.)

8.00 น. ล้อหมุนออกเดินทางไปที่หน้าด่านชายแดนประมาณ 800 ม. พร้อมทำเอกสารการข้ามด่านออกจากลาวเข้าจีน พร้อมทำวีซ่าจีน หลังเสร็จพิธีการที่ด่านลาว-จีน เราแวะเติมน้ำมัน เบรกทานของว่างกาแฟ และรับประทานอาหารกลางวันโดยจอดรถไว้ที่ปั๊ม วันนี้เดินเอกสารค่อนข้างช้า ทุกคนต้องรอเจ้าหน้าที่ทำงานในรอบ 14.00 น. และรอตรวจรถกันอีกรอบ ทำให้เสียเวลาไปช้ากว่าแผนนิดหน่อย เมื่อเสร็จแล้ว ออกเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 30 กม. เพื่อทำใบขับขี่ของประเทศจีนตามกฎระเบียบ ขั้นตอนนี้เราต้องนำใบขับขี่ไทยมายื่น ถ่ายรูปและเซ็นรับเอกสาร (เพราะได้ส่งเอกสารทั้งหมดมาทำไว้ก่อนแล้วเลยทำให้ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก) หลังได้รับใบขับขี่เรียบร้อย เราออกเดินทางต่อไปยังสิบสองปันนาบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ระยะทางประมาณ 150 กม.

สิบสองปันนา (Xishuangbanna) หรืออีกชื่อหนึ่งคือเมืองเชียงรุ้ง นับได้ว่า เป็นบ้านพี่เมืองน้องของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ เราขี่ขึ้นบนทางด่วน สามารถใช้ความเร็วได้ปกติ ไม่เกิน 120 กม./ชม. เส้นทางวันนี้สวย อิ่มตากับวิวทิวทัศน์และป่าไม้ตลอด 2 ข้างทาง ข้ามสะพานโค้ง ผ่านสะพานแขวนหลายสิบแห่ง มุดลอดอุโมงค์ ที่เจาะทะลุภูเขาช่วงยาว ได้ชื่นชมกับความเรียบเนียนของผิวจราจร และความลาดโค้งที่สอดรับลงตัวกับความเร็วรถอย่างสนุกสนาน ไม่กระเทือน ไม่สั่น นุ่มนวลตลอดทาง อากาศเมืองนี้ยังร้อนอยู่ประมาณ 35 องศา เวลา 19.45 ถึงที่หมายกันอย่างปลอดภัย พากันจอดรถและนั่งรถบัสต่อไปรับประทานอาหารเย็น พร้อมเดินเล่นที่เมืองเก้าจอมพรุ่งนี้เข้าเมืองต้าลี่
Day 4 วันอังคารที่ 9 เมษายน สิบสองปันนา-ต้าลี่ (ระยะทางรวม 550 กม.)

เช้าออกเดินทางสู่เมืองต้าลี่บนทางด่วนผ่านอุโมงค์ต่างๆ ชมวิวธรรมชาติระหว่างทางในอากาศ 25-35 องศา ที่มีลมแรงเป็นช่วงๆ กลางวันพวกเราแวะ รับประทานอาหารที่เมืองหนานเจี้ยง พอเบรกชากาแฟเสร็จก็เดินทางต่อกันอีก 250 กม. ก่อนจะถึงที่หมายกันเวลาพลบค่ำเช่นเดิม คืนนี้เข้าที่พักในย่านเมืองเก่าต้าลี่พร้อมรับประทานอาหารเย็น และเดินเล่นเมืองเก่า

สำหรับเมืองเก่าต้าลี่นั้น ช่วงนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย กลางคืนอยู่ที่ 15-20 องศา เมืองต้าหลี่ หรือ เมืองต้าลี่ เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของจีน ติดเทือกเขาชางซานสูง 4,000 เมตร อีกด้านติดทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของจีน และยังมีจุดท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งเราจะแวะเที่ยวกันก่อนที่จะเดินทางต่อไปยัง แชงกรีล่า
Day 5: วันพุธที่ 10 เมษายน ต้าลี่-แชงกรีล่า (ระยะทาง 300 กม.)

พิชิตแดนสวรรค์บนความสูง 4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนเส้นทางสวย ๆ อุณหภูมิ 8 องศา ฝนตก อากาศหนาว ลมแรง น้ำฝนขังถนนเป็นช่วงๆ เริ่มล้อหมุนตอนเช้า ออกเดินทางไปเที่ยวชมเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง เพื่อแก้ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เมืองต้าลี่ และเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ เราเดินเล่นชิลคาเฟ่กันอยู่ตรงจุดนี้ประมาณ 1 ชม. เสร็จแล้วเดินทางต่อไปรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมออกเดินทางไต่ระดับความสูงสู่ แชงกรีล่า

แชงกรีล่าเป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะและทุ่งหญ้าเขียวขจี เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น พระราชวังโบราณ เจดีย์ และวัดวาอารามต่างๆ รวมไปถึงหมู่บ้านชาวทิเบตที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น การเดินทางในวันนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงที่พักไกด์พาทานสุกี้จามรี หม้อร้อนแสนอร่อย ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นกัน และพักผ่อนในอุณหภูมิที่เย็นลงเรื่อย ๆ ยามค่ำคืน ต่ำสุด 0 องศา
Day 6: วันพฤหัสที่ 11 เมษายน แชงกรีล่า – เต๋อชิง (ระยะทาง 180 กม.)

เช้าวันนี้ก่อนออกเดินทางพวกเราพากันนั่งรถบัสขึ้นไปเที่ยวชมแลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้อีกแห่ง นั่นคือ วัดซงจ้านหลิน ซึ่งจำลองการออกแบบมาจากพระราชวังโพธารา กรุงลาซา เมืองทิเบตและเป็นวัดลามะที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน เราเดินเล่นไหว้พระขอพรกันก่อนจะออกเดินทางขึ้นไปสู่เมืองเต๋อชิง ขี่ไต่ระดับเส้นทางที่บางช่วงถึงสูงถึง 4,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นที่สวยมาก ระหว่างทางเราแวะเบรกถ่ายภาพ ดื่มกาแฟ ที่จุดชมวิวโค้งแม่น้ำแยงชีเกียง ก่อนจะออกเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่ถือว่าค่อนข้างท้าทายพอสมควรสำหรับชาวสองล้อ เพราะต้องขี่รถในอุณหภูมิที่หนาวเย็นถึงลบสององศา และอากาศที่บางมาก ๆ มีทั้งโค้งแคบ โค้งกว้าง มีอุปสรรคจากหินถล่มเป็นช่วงๆ ถนน Local Road มีรถสวนไปมาระหว่างทางเยอะเป็นพัก ๆ นอกจากนี้ยังมีน้องแพะ น้องจามรี เจ้าถิ่น คอยยืนต้อนรับคณะของเราอยู่ข้างถนนบ้าง กลางถนนบ้าง ซึ่งต้องระมัดระวังกันอย่างมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเส้นทางวันนี้เป็นเส้นที่สวยที่สุดนับตั้งแต่เราออกเดินทางมา ขี่ขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ ภูเขาลูกเล็ก ๆ ที่เห็นตอนเเรกกลับกลายเป็นผาหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า สวยงามมาก ถึงที่หมายทุกคนจอดเล่นหิมะกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเข้าโรงแรมในเมืองเต๋อชิง
Day 7: วันศุกร์ที่ 12 เมษายน เต๋อชิง – ลี่เจียง (~360 กม.)

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า 7.00 น. ในห้องพักวิว 100 ล้าน ที่ทำให้อยากตื่นขึ้นมารอดูแสงสาดส่องของพระอาทิตย์ขึ้น ปะทะกับยอดภูเขาหิมะเหม่ยลี่ (Meili Snow Mountains) ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น ‘เจ้าชายแห่งภูเขาหิมะ’ ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงที่ราบสูงทิเบต ซึ่งถือเป็นที่เที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวหลายคน วันนี้เราวิ่งกลับเส้นเมื่อวานที่ขี่ขึ้นมาออกเดินทางสู่เมืองเต๋อชิง เมืองสุดท้ายของมณฑลยูนนานท่ามกลางหุบเขาที่มีความสวยงามตามสไตล์ทิเบต แต่ปัจจุบันชาวฮั่นได้เข้าไปค้าขายและได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของชนชาติทิเบตไปค่อนข้างเยอะ ระหว่างทางเราแวะชมวิวของสวรรค์บนดิน Wunongding ซึ่งด้านหลังเป็น ภูเขาหิมะเหม่ยลี่ กันจนหนำใจ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการแสวงบุญของชาวพุทธทิเบต และติดอันดับ 1 ใน 8 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในทิเบต มียอดเขา 13 ยอด ความสูงเฉลี่ยมากกว่า 6,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งหมายถึงยอดเขาเจ้าชาย 13 ยอด ยอดเขาหลัก คะวะเกโบะ เป็นภูเขาหิมะที่มีรูปร่างเป็นปิรามิด หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเทพีแห่งภูเขาหิมะเหม่ยลี่

เย็นเรามาถึงเนินที่ออกจากทางด่วน ทางก่อนเข้าเมืองลี่เจียงเป็นทางลาดลงมองเห็นวิวเมือง 360 องศา ถึงรร.อาบน้ำเตรียมตัวไปทานข้าว วันนี้เราขี่อากาศหนาวๆ ด้วยอุณหภูมิ 4 องศา แต่ฟิลลิ่งเหมือน 2 องศา หนาวแบบนิ้วล็อค กำคลัชต์กันแทบไม่ได้มาทั้งวัน ไกด์เลยพาเราไปทานอาหารประจำถิ่นที่นี่ คือเมนู ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน ซดน้ำซุปร้อน ๆ ให้ร่างกายได้อุ่น ๆ หลังจากนั้นก็พากันไปเดินเล่นชมเมืองก่อนเข้านอนไปด้วยอุณหภูมิ 17 องศา
Day 8: วันเสาร์ที่ Sat 13 เมษายน

สำหรับเมืองลี่เจียง สิ่งที่นึกถึงอันดับแรกถ้ามาเมืองนี้คือ “ภูเขาหิมะมังกรหยก” หรือ “อวี้หลงเซี่ยซาน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้มาเยือนลี่เจียงต้องไม่พลาดที่จะขึ้นไปเที่ยวชมความงามซักครั้ง วันนี้พวกเราพาคณะออกเดินทางขึ้นรถบัส (พักขี่กันสักวัน) ไปเที่ยวชมหุบเขาสีน้ำเงิน และดูโชว์กลางแจ้งที่มีชื่อว่า “Impression Lijiang” ซึ่งกำกับการแสดงโดยจางอี้โหมว ผู้กำกับฝีมือเยี่ยมชื่อเสียงก้องโลก ซึ่งได้เนรมิตเวทีการแสดงกลางแจ้งขึ้นมาบนความสูงกว่า 3,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดยมี “ภูเขาหิมะมังกรหยก” เป็นฉากหลังอันอลังการ โดยใช้นักแสดงที่เป็นชาวบ้านกว่า 500-600 ชีวิต มาโชว์ร้อง เล่น เต้น พร้อมแสง สี เสียง และการแต่งกายอันสวยงาม ซึ่งเนื้อหาของการแสดงเป็นการเล่าเรื่องราว ให้ได้รับรู้ถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ของชนเผ่าต่างๆ ในเมืองลี่เจียง ถือเป็นการแสดงโชว์ที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตา แต่น่าเสียดายวันนี้ลมแรงมาก กระเช้าปิดเราเลยไม่ได้นั่งขึ้นไปบนยอดกันทั้งหมด เลยเปลี่ยนแผนดูโชว์เสร็จก็กลับ รร. ตกเย็น วันนี้ไกด์พาไปทานมื้อเย็นเป็น หม้อไฟปลาเทราต์ร้อน ๆ เสร็จก็พากันพักผ่อนตามอัธยาศัยบางท่านก็ไปเดินเที่ยวในเมืองเก่า ไปหาเช่าชุดพื้นเมืองชนเผ่าเหมือนในโชว์ใส่ถ่ายรูปเล่นกัน
Day 9-10 : วันอาทิตย์ที่ 14 – 15 เมษายน ลี่เจียง – โม่เจียง (ระยะทาง 550 กม.) โม่เจียง – เมิงล่า (ระยะทาง 380 กม.)

อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่กับอากาศหนาวเย็นช่วงสุดท้ายของทริป 8.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองโม่เจียงบนทางด่วน วิ่งกันยาวๆ สำหรับ 2 วันนี้ เราล่องกลับเส้นทางเหมือนขามา วิ่งกันบนทางด่วนทั้ง 2 วัน จากอากาศหนาวๆ ไล่กลับสู่อากาศร้อน 40 องศาเหมือนเดิม เส้นทางเราเริ่มคุ้นชินแล้ว กับถนนไฮเวย์ที่สลับกับการขี่เข้าออกอุโมงค์
Day 11: วันอังคารที่ 16 เมษายน เมิงล่า – เชียงของ (ระยะทาง 290 กม.)

เช้าออกเดินทางไปที่ด่านชายแดน โม่ฮังพร้อมทำเอกสารการข้ามด่าน กลางวันรับประทานอาหารที่หลวงน้ำทา ลาว มื้อนี้ทุกคนเอ็นจอยกันมาก เพราะอาหารเริ่มรสชาติคล้ายบ้านเราแล้ว บ่าย ออกเดินทางไปที่ด่านชายแดน ลาว-ไทย สำหรับเส้นทางวันนี้โหดก่อนเข้าไทยเช่นเคย บททดสอบอีกบทสำหรับชาวคณะ ทางฝุ่น ทางกรวด หลุมบ่อ ถนนพังไม่เป็นท่า 10 ปีผ่านไป เส้นบ่อเต็น (ลาว) ยังคงไม่พัฒนาเลย และอากาศร้อนมาก แต่สุดท้ายทุกท่านก็กลับสู่ประเทศไทยในเวลา 16.00 น. ปิดทริป 3,300+ กม. โดยสวัสดิภาพ
ขอบคุณเรื่องและภายถ่ายจาก: Harley-Davidson of Bangkok, Thailand
ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดี ๆ อย่างนี้ได้ทาง Harley-Davidson of Bangkok, Thailand




























































































































































