0

Suzuki Hayabusa 2021 มาแล้ว! การกลับมาอีกครั้งของพญาเหยี่ยวที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่และเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม

ในที่สุด Suzuki Motor Corporation ก็ทำการเปิดตัว ‘พญาเหยี่ยว’ ฮายาบูสะ ปี 2021 ซึ่งนับเป็นฮายาเจนเนอเรชั่นที่สามของทางค่ายและเป็นรุ่นแรกที่ถูกปรับปรุงใหม่แบบ Full model change เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ซูเปอร์สปอร์ตทัวร์เรอร์เรือธงใหม่ที่มาพร้อมสไตล์และรูปลักษณ์แบบ All-new สวยคมขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังคงเสน่ห์และกลิ่นอายดั้งเดิมของรถในตระกูลฮายาไว้รุ่นนี้ ถูกพัฒนาโดยกระโดดข้ามยูโร 4 ไปผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 เลย โดยมาพร้อมขุมพลังความจุ 1,340 ซีซี ที่ให้กำลังและแรงบิดสูงสุดน้อยกว่าฮายาเจนก่อนหน้าเล็กน้อย และจะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ตามด้วยตลาดในประเทศอเมริกาเหนือและญี่ปุ่นเป็นแห่งถัดไป

ที่ผ่านมานอกเหนือไปจากรายละเอียดการอัพเดทเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละปีแล้ว รถในตระกูลฮายาบูสะถูกแบ่งเป็นรุ่นเด่น ๆ ด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น นั่นคือฮายาตัวแรกปี 1999 ที่มีแรงม้าสูงสุด 173 hp และตัวปี 2008 ซึ่งถูกเพิ่มความจุกระบอกสูบจาก 1,299 ซีซี เป็น 1,340 ซีซี และให้แรงม้าสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 195 hp

โดยขุมพลังยูโร 5 ของ ซูซูกิ ฮายาบูสะ ปี 2021 นำเครื่องยนต์สี่สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 16 วาล์ว ของตัวปี 2008 มาปรับปรุงใหม่และเลือกใช้มิติกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่าเดิม นั่นคือ 81 x 65 มม. แต่ให้แรงม้าสูงสุด 188 hp ที่ 9,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ลดลงจากเดิมที่มาพีคสุด 154 นิวตันเมตร ที่ 7,200 รอบ/นาที

ซูซูกิกล่าวว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้ไม่ได้ถูกปรับปรุงเพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียเท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาให้มีการส่งกำลังที่เนียนขึ้น ทั้งยังตอบสนองและให้อัตราเร่งที่เหนือกว่า โดยมีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. อยู่ที่ 3.2 วินาที (เดิมทำได้ 3.4 วิ) ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นจะถูกล็อคไว้ที่ 298 กม./ชม.

ไฮไลท์ในส่วนของภายในเครื่องยนต์

ปรับปรุงทางเดินน้ำมันหล่อลื่นไปสู่เพลาข้อเหวี่ยง เสริมประสิทธิภาพโดยรวมในระบบหล่อลื่นของเครื่องยนต์ ตัวเครื่องถูกพัฒนาโดยใช้โปรแกรม CAE รุ่นใหม่ล่าสุดในการขัดเกลาและปรับปรุงชิ้นส่วนภายในหลายรายการเพื่อสมรรถนะสูงสุด อาทิ ปรับรูปทรงของลูกสูบและก้านสูบใหม่จึงมีน้ำหนักที่เบาลง แต่มีความแข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้น ออกแบบรูปทรงภายในรูสลักลูกสูบใหม่เพิ่มความแกร่ง ลดความเค้นที่ส่งผ่านไปถึงลูกสูบ เสริมประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ ลดค่าไอเสียและเพิ่มความทนทานของเครื่องยนต์ ส่งกำลังได้นุ่มและเนียนขึ้นในรอบต่ำถึงรอบกลาง เฮดเดอร์ท่อไอเสียใหม่เชื่อมสูบ 1 กับสูบ 4 เพิ่ม ปรับโปรไฟล์แคมใหม่ ลดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของเรือนลิ้นเร่งลง 1 มม. โดยรวมตัวเรือนลิ้นเร่งและปากแตรยาวขึ้นกว่าเดิม 12 มม. ทั้งหมดช่วยเสริมอัตราเร่งในรอบต่ำถึงกลางให้ดีขึ้น

ฮายาบูสะใหม่ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Suzuki Side Feed Injector (S-SFI) ซึ่งเป็นระบบหัวฉีดด้านข้างแบบคู่ โดยกำหนดองศาให้หัวฉีดตัวบนฉีดน้ำมันเข้าสู่แผ่นเพลตภายในปากแตรเพื่อสะท้อนน้ำมันให้เป็นละอองที่ละเอียดกว่าก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดของตัวรถ ทั้งยังทำให้ตัวรถส่งกำลังได้นุ่ม เดาทางและควบคุมง่ายมากยิ่งขึ้นในทุกย่านความเร็ว

ห้องเผาไหม้แบบ Twin Swirl ได้รับการปรับปรุงใหม่เพิ่มศักยภาพในการนำอากาศเข้าในขณะที่วาล์วเปิดและเสริมประสิทธิภาพด้านการเผาไหม้ ระบบ Assist & Slipper คลัตช์ใหม่ ช่วยให้ก้านคลัตช์นิ่มกำง่าย เสริมให้การชิพเกียร์ การตอบสนองของแรงเอนจิ้นเบรกและการลดเกียร์ก่อนเข้าโค้งมีความนุ่มนวลขึ้น ป้องกันล้อหลังล็อค

คันเร่งเปลี่ยนจากสายไปใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าช่วยให้การตอบสนองของคันเร่งเนียนและเบาขึ้น ทำงานร่วมกับกล่อง ECM (Engine control module) ในการควบคุมการทำงานของเรือนลิ้นเร่ง ทั้งยังทำให้สามารถนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหม่ของซูซูกิเข้ามาใช้เพื่อควบคุมการตอบสนองของเครื่องยนต์และเสริมความปลอดภัยในการใช้งาน

ภายนอก

นอกจากรายละเอียดภายนอกที่ถูกอัพเดทให้สวยคมขึ้นอย่างชัดเจนในส่วนของดีไซน์ และคงไม่ต้องมานั่งบรรยายให้ฟังว่าดีงามขึ้นยังไงเพราะมองเห็นกันด้วยตาเปล่าได้อยู่แล้ว ซูซูกิยังกล่าวเพิ่มเติมว่าดีไซน์ของแฟริ่งใหม่กับในส่วนของบอดี้เวิรค์ทั้งหมดทำให้ ‘ฮายา’ กลายเป็นรถมอเตอรไซค์ที่มี ‘ค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง’ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่เท่านั้นแต่ยังเสริมความสบายในการใช้งานอีกด้วย

ที่ด้านในเฟรมอลูมิเนียม Twin-spar คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่นำมาจากฮายาเจนเดิม แต่ในส่วนของซับเฟรมได้รับการปรับปรุงใหม่โดยมีน้ำหนักลดลง 0.68 กก. และเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนัก เมื่อรวมเข้ากับการเซฟน้ำหนักในหลายจุดทำให้ ฮายาปี 2021 เบาลง 4 กก. กลายเป็นหนัก 264 กก. พร้อมน้ำมันเต็มถัง และมีอัตราส่วนการแจกแจงน้ำหนักด้านหน้า/หลังอยู่ที่ 50:50

ระบบกันสะเทือนหน้าใช้เป็นโช้คอัพ KYB หัวกลับขนาดแกน 43 มม. และหลังเดี่ยวแบรนด์เดียวกัน ทั้งคู่ปรับค่าได้ครบ ทำงานคู่กับล้อขอบ 17 นิ้ว 7 ก้าน ที่รัดมาด้วยยาง Bridgestone Battlax Hypersport S22 ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 มม. จับคู่มากับคาลิปเปอร์ตัวท็อป  Brembo Stylema สี่ลูกสูบ ขณะที่ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์ Nissin ลูกสูบเดี่ยว

ระบบอิเล็กทรอนิกส์

มาถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของฮายาบูสะโมเดลนี้กันบ้างเพราะในปีนี้ซูซูกิใส่ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (S.I.R.S.) ที่ทำงานประสานกับระบบคันเร่งไฟฟ้า กล่อง ECM และชุดเซ็นเซอร์ IMU วัดมุมเอียงแบบหกแกนอิสระ ซึ่งเปิดทางไปสู่ฟังก์ชั่นและโหมดใหม่ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • โหมดขับขี่ Suzuki’s advanced Drive Mode Selector Alpha (SDMS-a) ที่นอกจากโหมด 3 โหมดที่มีการเซ็ตค่ามาให้ล่วงหน้าจากโรงงานแล้ว ยังมีโหมด User ให้เลือกปรับกันอีกสามโหมดด้วยกัน
  • ตัวรถยังมาพร้อมระบบ Motion track control system หรือระบบ Traction control ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และมีให้เลือกปรับมากถึง 10 ระดับ
  • ระบบป้องกันล้อหน้าลอย anti-lift control system
  • ระบบควบคุมแรงเอนจิ้นเบรก
  • Active speed limiter ระบบควบคุมความเร็วไม่ให้ไหลไปเกินกว่าที่ตั้งไว้ขณะใช้งานคันเร่ง
  • Launch control ล็อครอบช่วยออกตัว
  • Low RPM Assist กันรถดับช่วยการควบคุมในย่านความเร็วต่ำ
  • Cruise control ล็อคความเร็วอัตโนมัติตั้งได้ตั้งแต่ 31 กม./ชม. จนถึง 200 กม./ชม.
  • Emergency Stop Signal ไฟฉุกเฉินติดอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกแบบฉับพลันที่ความเร็วตั้งแต่ 55 กม./ชม. ขึ้นไป
  • ระบบ Motion Track Brake System หรือระบบเบรก ABS ซึ่งทำงานร่วมกับชุดเซ็นเซอร์ IMU
  • Slope Dependent Control System ระบบช่วยเบรกขณะขับขี่ลงทางลาดชัน ช่วยคุมแรงเบรกเวลาลงทางลาดชันไม่ให้ล้อหลังลอย
  • ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน Hill Hold Control System เมื่อเปิดไว้ช่วยป้อนเบรกหลังให้อัตโนมัติเป็นเวลา 30 วินาที เมื่อชุดเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่าผู้ใช้มีการหยุดรถบนทางชัน
  • Bi-directional Quick Shift System (ปรับได้ 2 โหมด + ปิด) ควิกชิพเตอร์สองทิศทางทั้งขึ้น/ลง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์
  • Combined Brake System กระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้า และล้อหลังอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติเมื่อมีการใช้งานเบรกหน้า
  • สุดท้ายคือเรือนไมล์ที่ตรงกลางเป็นจอสี TFT LCD อย่างที่เห็นในวีดีโอเปิดตัว ซึ่งบอกข้อมูลอย่างองศามุมแบน โหมดขับขี่ ตำแหน่งเกียร์ แรงดันเบรกหน้า/หลัง เซ็ตติ้งของระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่เลือกไว้ ฯลฯ

เห็นได้ชัดว่าการกลับมาของพญาเหยี่ยวในครั้งนี้น่าสนใจไม่น้อย และเชื่อว่าแฟน ๆ ของฮายาทั่วโลกคงดีใจกันจนเนื้อเต้น ส่วนจะวางจำหน่ายในไทยเมื่อไหร่ ตอนไหน และราคาเท่าไหร่ ถ้าทราบข้อมูลแล้วเราจะแจ้งให้ทราบกันอีกทีครับ

Related